HR-LAB · KNOWLEDGE

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (EWF)

คู่มือฉบับใช้งานจริงสำหรับนายจ้าง ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และพนักงาน แยกให้ชัดว่าองค์กรต้องเตรียมอะไร และลูกจ้างมีหน้าที่หรือได้รับสิทธิอย่างไร

เริ่มอ่านบทความ↓
นายจ้างและลูกจ้างร่วมสมทบเข้าสู่กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ตรวจทาน 14 สิงหาคม 2569
KNOWLEDGEความรู้
UPDATED14 ส.ค. 69
SLIDESพร้อมนำเสนอ
2 VIEWSบริษัท / ลูกจ้าง

กองทุนนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในปี 2569 แต่เป็นกองทุนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 สิ่งที่จะเริ่มในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 คือการจัดเก็บ “เงินสะสม” จากลูกจ้างและ “เงินสมทบ” จากนายจ้าง สำหรับผู้ที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย

มุมบริษัทและฝ่าย HRใครอยู่ในเกณฑ์ ต้องปรับระบบอะไร และต้องนำส่งเมื่อใด มุมพนักงานถูกหักเท่าไร นายจ้างจ่ายอะไร และมีสิทธิอย่างไรเมื่อออกจากงาน
01

มุมบริษัท: ใครต้องพิจารณา EWF

โดยหลัก นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปและอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ต้องตรวจสอบว่ากิจการและลูกจ้างแต่ละรายอยู่ในหลักเกณฑ์หรือข้อยกเว้นใด ประเด็นสำคัญคือ ต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล ไม่ใช่ดูเพียงว่าบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) หรือไม่

ฝ่าย HR ตรวจสอบข้อมูลพนักงานและเตรียมความพร้อม EWF
การเตรียม EWF เริ่มจากการจำแนกสถานะลูกจ้างและตรวจฐานค่าจ้างอย่างเป็นระบบ
ตรวจเป็นรายคนการมี PVD ในบริษัทไม่ได้ทำให้พนักงานทุกคนได้รับยกเว้น EWF โดยอัตโนมัติ
ระวังช่วงทดลองงานหากยังไม่มีสิทธิเป็นสมาชิก PVD พนักงานรายนั้นยังต้องถูกพิจารณา EWF ตามเงื่อนไข
แยกจากประกันสังคมการเป็นผู้ประกันตนไม่ได้ทำให้ได้รับยกเว้น EWF โดยอัตโนมัติ
ไม่ใช่ระบบสมัครใจลูกจ้างที่เข้าเงื่อนไขและไม่มีข้อยกเว้น ไม่สามารถเลือกปฏิเสธการเข้า EWF ได้
02

สิ่งที่นายจ้างและฝ่าย HR ต้องเตรียม

การเตรียม EWF ไม่ได้จบที่การเพิ่มรายการหักใน Payroll แต่ต้องเชื่อมการจำแนกพนักงาน ฐานค่าจ้าง งบประมาณ การนำส่ง และการสื่อสารให้เป็นกระบวนการเดียวกัน

  1. ตรวจว่ากิจการอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ EWF หรือไม่ และยืนยันจำนวนลูกจ้าง
  2. จำแนกลูกจ้างเป็นรายบุคคลว่าใครต้องเข้า EWF และใครอยู่ในข้อยกเว้น
  3. ตรวจสมาชิก PVD รวมถึงพนักงานใหม่ ทดลองงาน หรือผู้ที่ยังไม่ถึงเงื่อนไขเข้า PVD
  4. ตรวจรายการรายได้ที่มีลักษณะเป็น “ค่าจ้าง” เพื่อกำหนดฐานคำนวณ
  5. ปรับ Payroll ให้รองรับเงินสะสม 0.25% และงบเงินสมทบนายจ้าง 0.25%
  6. เตรียมทะเบียน ข้อมูล แบบฟอร์ม และกระบวนการนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
  7. สื่อสารให้พนักงานเข้าใจเงินของตน เงินของนายจ้าง และสิทธิเมื่อออกจากงาน
  8. เตรียมการกำหนดผู้รับเงินกรณีเสียชีวิตและแบบ สกล.5

หากไม่นำส่งหรือนำส่งไม่ครบ

หน้าที่ของนายจ้างยังคงอยู่ และมีเงินเพิ่มตามหลักเกณฑ์ในอัตรา 5% ต่อเดือน ของเงินสะสมหรือเงินสมทบที่ยังไม่ได้นำส่งหรือยังขาดอยู่

03

มุมพนักงาน: เงินที่จ่ายและเงินที่ได้รับ

เงินที่เข้าสู่กองทุนมีสองส่วนชัดเจน: “เงินสะสม” ที่หักจากค่าจ้างลูกจ้าง และ “เงินสมทบ” ที่นายจ้างต้องจ่ายเพิ่มจากเงินของนายจ้างเอง เงินสมทบของนายจ้างไม่ใช่เงินที่นำมาหักจากค่าจ้างลูกจ้างได้

0.25%เงินสะสมของลูกจ้าง
+
0.25%เงินสมทบของนายจ้าง

อัตรานี้ใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2573 จากนั้นตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2573 อัตราจะเป็น 0.50% ต่อฝ่าย รวมเป็น 1.00% ของค่าจ้าง

04

สิทธิของพนักงานเมื่อออกจากงาน

เมื่อลูกจ้างลาออก เกษียณ สิ้นสุดสัญญาจ้าง หรือถูกเลิกจ้าง ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินสะสม เงินสมทบ และดอกผลตามหลักเกณฑ์ของกองทุน รวมถึงกรณีถูกเลิกจ้างโดยลูกจ้างกระทำความผิดหรือไม่มีความผิด

เส้นทางพนักงานตั้งแต่ทำงาน ออกจากงาน จนถึงเกษียณ
สิทธิ EWF เดินต่อไปกับเส้นทางการทำงาน และต้องแยกจากสิทธิค่าชดเชย
ลาออกเองไม่ได้แปลว่าสูญเสียเงินสมทบของนายจ้าง สิทธิต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกองทุน
ถูกเลิกจ้างเงิน EWF ไม่ควรถูกปะปนกับการพิจารณาสิทธิค่าชดเชยจากการเลิกจ้าง
เกษียณหรือหมดสัญญามีสิทธิได้รับเงินสะสม เงินสมทบ และดอกผลตามหลักเกณฑ์
กรณีเสียชีวิตกำหนดบุคคลผู้พึงได้รับเงินได้ด้วยแบบ สกล.5 หรือดำเนินการตามกลุ่มบุคคลที่กฎหมายกำหนด
05

ฐานค่าจ้างและตัวอย่างการคำนวณ

ฐานคำนวณคือ “ค่าจ้าง” ตามลักษณะและเหตุแห่งการจ่ายจริง ไม่ได้หมายถึงเฉพาะเงินเดือนพื้นฐานเสมอไป และเงินทุกประเภทที่จ่ายให้ลูกจ้างก็ไม่ได้เป็นค่าจ้างเสมอไป ชื่อรายการอย่างค่าตำแหน่ง เบี้ยเลี้ยง ค่าอาหาร หรือ Incentive จึงไม่เพียงพอสำหรับตัดสินโดยอัตโนมัติ

การคำนวณ EWF ต้องใช้หลักเกณฑ์ของกองทุน ไม่ควรนำเพดานหรือฐานจากระบบประกันสังคมมาใช้แทน และข้อมูลคำชี้แจงที่ใช้อ้างอิงระบุว่า EWF ไม่มีเพดานค่าจ้างแบบเดียวกับประกันสังคม

ค่าจ้างลูกจ้างสะสม 0.25%นายจ้างสมทบ 0.25%รวมเข้ากองทุน
20,000 บาท50 บาท50 บาท100 บาท
30,000 บาท75 บาท75 บาท150 บาท
50,000 บาท125 บาท125 บาท250 บาท
06

EWF ไม่ใช่ PVD ประกันสังคม หรือค่าชดเชย

EWF กับ PVD

เป็นคนละกองทุน การเป็นสมาชิก PVD อาจเข้าเงื่อนไขยกเว้น EWF แต่ต้องตรวจสถานะจริงเป็นรายบุคคล

EWF กับประกันสังคม

เป็นคนละระบบ ลูกจ้างบางรายจึงอาจอยู่ทั้งในระบบประกันสังคมและ EWF พร้อมกัน

EWF กับค่าชดเชย

เป็นคนละสิทธิ เงิน EWF และสิทธิค่าชดเชยต้องพิจารณาตามกฎหมายและเงื่อนไขของตนแยกกัน

07

สื่อสารอย่างมืออาชีพและไม่ทำให้เข้าใจผิด

ไม่ควรพูด

“กองทุนเพิ่งเริ่มมีวันที่ 1 ตุลาคม 2569”

ควรพูด

“เริ่มจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบวันที่ 1 ตุลาคม 2569”

ไม่ควรพูด

“พนักงานถูกหัก 0.50%”

ควรพูด

“พนักงานสะสม 0.25% และนายจ้างสมทบเพิ่มอีก 0.25% ในช่วงแรก”

ไม่ควรพูด

“บริษัทมี PVD แล้ว ทุกคนไม่ต้องเข้า EWF”

ควรพูด

“ต้องตรวจว่าลูกจ้างแต่ละรายเป็นสมาชิก PVD และเข้าเงื่อนไขยกเว้นจริงหรือไม่”

ไม่ควรพูด

“ลาออกเองหรือถูกเลิกจ้างเพราะทำผิด เงินสมทบจะถูกริบ”

ควรพูด

“สิทธิ EWF ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกองทุน และแยกจากสิทธิค่าชดเชย”

08

แหล่งข้อมูลและขอบเขตการใช้งาน

  1. กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
  2. ประกาศเลื่อนการจัดเก็บเป็นวันที่ 1 ตุลาคม 2569
  3. คำชี้แจงกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2569
  4. Q&A กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
  5. พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
  6. แบบ สกล.5 กำหนดบุคคลผู้พึงได้รับเงินกรณีลูกจ้างเสียชีวิต