HR-LAB · KNOWLEDGE

การลาป่วย

แยก “สิทธิลาเท่าที่ป่วยจริง” ออกจาก “สิทธิค่าจ้างสูงสุด 30 วันทำงาน/ปี”

เริ่มอ่านบทความ↓
ตรวจทาน 14 สิงหาคม 2569
KNOWLEDGEความรู้
UPDATED14 ส.ค. 69
SLIDESพร้อมนำเสนอ
2 VIEWSบริษัท / ลูกจ้าง

แยก “สิทธิลาเท่าที่ป่วยจริง” ออกจาก “สิทธิค่าจ้างสูงสุด 30 วันทำงาน/ปี”

มุมบริษัทและฝ่าย HRเปลี่ยนหลักกฎหมายเป็นขั้นตอน ผู้รับผิดชอบ เอกสาร และจุดตรวจมุมลูกจ้างเห็นเงื่อนไขสิทธิ หลักฐานที่ต้องเก็บ และช่องทางทักท้วง
01

เรื่องนี้คืออะไร และต้องตรวจใครบ้าง

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน บทลาป่วยและค่าจ้างระหว่างลา

  1. ลาได้เท่าที่ป่วยจริง
  2. จ่ายค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงาน/ปี
  3. การขอใบรับรองแพทย์เมื่อป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป
  4. หากแสดงไม่ได้ต้องชี้แจง
  5. วันหยุดที่คั่นช่วงป่วยกับการนับสิทธิให้ตรวจตามตัวบท

หลักตัดสินที่ต้องใช้

  1. ลาได้เท่าที่ป่วยจริง ส่วน 30 วันทำงานต่อปีเป็นเพดานที่นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้าง ไม่ใช่เพดานวันลา
  2. เมื่อป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจขอใบรับรองแพทย์; ถ้าแสดงไม่ได้ ลูกจ้างต้องชี้แจงเหตุ
  3. เงื่อนไขบริษัทเรื่องการแจ้งลายังใช้ได้เท่าที่ไม่ตัดสิทธิขั้นต่ำและเหมาะกับภาวะเจ็บป่วยจริง
02

มุมบริษัทและฝ่าย HR: จากหลักกฎหมายสู่การปฏิบัติ

ระบบที่ดีต้องทำให้คำตัดสิน เอกสาร และผลใน Payroll หรือ HRIS เชื่อมกัน

นโยบายไม่ควรตัดสิทธิขั้นต่ำ; ตรวจ abuse ด้วยข้อเท็จจริง/หลักฐานโดยไม่สร้างเงื่อนไขที่ขัดกฎหมาย

  1. นโยบายไม่ควรตัดสิทธิขั้นต่ำ
  2. ตรวจ abuse ด้วยข้อเท็จจริง/หลักฐานโดยไม่สร้างเงื่อนไขที่ขัดกฎหมาย
  3. แยกสิทธิขั้นต่ำตามกฎหมายออกจากวันลาหรือวันหยุดที่บริษัทให้เพิ่ม
  4. ตั้งระบบให้เก็บวันที่ขอ วันที่เกิดเหตุ วันที่อนุมัติ และยอดสิทธิคงเหลือย้อนหลังได้

เอกสารที่บริษัทควรเปิดพร้อมกัน

  1. ปฏิทินวันหยุดและตารางงานที่ประกาศใช้
  2. คำขอ/การแจ้งลาและหลักฐานส่ง
  3. เอกสารประกอบเฉพาะสิทธิ เช่น ใบรับรองแพทย์
  4. ยอดสิทธิสะสม การอนุมัติ และผลใน Payroll
  5. ปฏิทิน ตารางงาน คำขอ และยอดสิทธิก่อน–หลังรายการ
03

มุมลูกจ้าง: ตรวจสิทธิจากเงื่อนไขและหลักฐาน

การไม่มีใบรับรองแพทย์ในทุกกรณีไม่ได้ทำให้หมดสิทธิโดยอัตโนมัติ; ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนแจ้งลาของบริษัทด้วย

  1. การไม่มีใบรับรองแพทย์ในทุกกรณีไม่ได้ทำให้หมดสิทธิโดยอัตโนมัติ
  2. ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนแจ้งลาของบริษัทด้วย
  3. ตรวจว่าวันที่ลาเป็นวันทำงานหรือวันหยุดและสิทธิส่วนใดได้รับค่าจ้าง
  4. เก็บหลักฐานแจ้งลาให้ตรงช่องทางและเวลาที่ข้อบังคับกำหนด

คำถามข้อเท็จจริงก่อนโต้แย้ง

  1. ใครอยู่ในบังคับของเรื่อง “การลาป่วย” และมีข้อยกเว้นจากงาน สถานะ หรือเหตุการณ์ใด
  2. ข้อเท็จจริงเรื่อง ลาได้เท่าที่ป่วยจริง เป็นอย่างไรในวันที่สิทธิเกิด
  3. ข้อเท็จจริงเรื่อง จ่ายค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงาน/ปี เป็นอย่างไรในวันที่สิทธิเกิด
  4. ข้อเท็จจริงเรื่อง การขอใบรับรองแพทย์เมื่อป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป เป็นอย่างไรในวันที่สิทธิเกิด
  5. ข้อเท็จจริงเรื่อง หากแสดงไม่ได้ต้องชี้แจง เป็นอย่างไรในวันที่สิทธิเกิด
  6. เอกสารฉบับใดมีผลในวันเกิดเหตุ และการปฏิบัติจริงตรงกับเอกสารหรือไม่
04

Workflow เฉพาะเรื่อง: เจ็ดจุดที่ต้องปิดให้ครบ

FIELDสิ่งที่ต้องทำกับเรื่องนี้หลักฐานขั้นต่ำ
Triggerเริ่มเคสเมื่อเกิดคำขอ เหตุการณ์ หรือผล Payroll ที่เกี่ยวกับ การลาป่วยบันทึกรับเรื่องพร้อมวัน เวลา ผู้แจ้ง และช่วงสิทธิ
OwnerHR Operations ร่วมกับหัวหน้างาน ผู้อนุมัติการลา และ Payrollผู้รับผิดชอบ ผู้ตรวจ ผู้อนุมัติ และผู้มีอำนาจลงนาม
Actionลาได้เท่าที่ป่วยจริง ส่วน 30 วันทำงานต่อปีเป็นเพดานที่นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้าง ไม่ใช่เพดานวันลา; เมื่อป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจขอใบรับรองแพทย์; ถ้าแสดงไม่ได้ ลูกจ้างต้องชี้แจงเหตุ; นโยบายไม่ควรตัดสิทธิขั้นต่ำบันทึกการตรวจองค์ประกอบ ข้อยกเว้น และการอนุมัติ
Documentsปฏิทินวันหยุดและตารางงานที่ประกาศใช้; คำขอ/การแจ้งลาและหลักฐานส่ง; เอกสารประกอบเฉพาะสิทธิ เช่น ใบรับรองแพทย์ต้นฉบับ/สำเนาที่ตรวจสอบแหล่งที่มาและเวอร์ชันได้
Deadlineลาได้เท่าที่ป่วยจริง ส่วน 30 วันทำงานต่อปีเป็นเพดานที่นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้าง ไม่ใช่เพดานวันลา; เมื่อป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจขอใบรับรองแพทย์; จ่ายค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงาน/ปี; การขอใบรับรองแพทย์เมื่อป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป; วันหยุดที่คั่นช่วงป่วยกับการนับสิทธิให้ตรวจตามตัวบท; อย่าเขียน “ลาป่วยได้ 30 วัน” เพราะ 30 วันคือเพดานค่าจ้าง ไม่ใช่เพดานสิทธิลาวันเริ่มนับ วันครบกำหนด และหลักฐานส่ง/รับ
Evidenceเชื่อมข้อเท็จจริง เอกสาร สูตร/ขั้นตอน ผลอนุมัติ และผลในระบบสำหรับ การลาป่วยdecision record ผลคำนวณ/ผลดำเนินการ และ audit trail ที่มีผู้ตรวจทาน
Consequenceอย่าเขียน “ลาป่วยได้ 30 วัน” เพราะ 30 วันคือเพดานค่าจ้าง ไม่ใช่เพดานสิทธิลาแผนแก้ไข ผู้รับผิดชอบ กำหนดเสร็จ และช่องทางทักท้วง
05

ตัวอย่างและวิธีใช้กับกรณีจริง

  1. ป่วย 2 วันไม่มีใบรับรองแพทย์: ตรวจการแจ้งลาและข้อเท็จจริง ไม่ปฏิเสธสิทธิอัตโนมัติ
  2. ป่วยต่อเนื่องเกิน 30 วันทำงานในปีเดียว: สิทธิลาเท่าที่ป่วยจริงยังต้องแยกจากเพดานค่าจ้าง 30 วัน
วิธีตรวจ

เริ่มจากข้อเท็จจริง → ระบุฐานกฎหมายและวันที่มีผล → ตรวจผู้ได้รับสิทธิ/ข้อยกเว้น → คำนวณหรือเดินตาม workflow → เก็บหลักฐานและทบทวนผล

อย่าทำ

อย่าเริ่มจากคำตอบสำเร็จรูป ชื่อตำแหน่ง ชื่อเงิน หรือเอกสารเพียงชิ้นเดียว แล้วตัดองค์ประกอบอื่นออก

06

จุดเสี่ยงและความเข้าใจผิดที่ต้องหยุดก่อน

ชื่อไม่ใช่ข้อเท็จจริงชื่อตำแหน่ง รายการเงิน หรือสัญญาไม่ตัดสินสิทธิเอง
ขั้นต่ำไม่ใช่เพดานบริษัทให้สิทธิมากกว่ากฎหมายได้ แต่ห้ามต่ำกว่า
วันที่มีผลสำคัญเอกสารเก่าอาจถูกต้องในอดีตแต่ใช้กับวันนี้ไม่ได้
ข้อยกเว้นต้องมาก่อนสูตรตรวจว่าอยู่ในบังคับก่อนคำนวณหรือสรุป

เมื่อเห็นต่างหรือยังไม่ได้รับการแก้ไข

  1. ยื่นคำขอ/แจ้งลาและขอเหตุผลการอนุมัติหรือปฏิเสธเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเก็บตารางงาน ยอดสิทธิ และเอกสารประกอบไว้ชุดเดียว
  2. ใช้กระบวนการร้องทุกข์ภายในเมื่อมีข้อโต้แย้งเรื่องสิทธิหรือการเลือกปฏิบัติ
  3. หากยังไม่ยุติ ติดต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 1506 กด 3, 1546 หรือ E-Service; สิทธิเงินที่ค้างอาจใช้คำร้องพนักงานตรวจแรงงาน
REF

กฎหมายและเอกสารอ้างอิง

ตรวจทานวันที่ 14 สิงหาคม 2569 การใช้กับกรณีจริงต้องพิจารณาตัวบทที่มีผล ประกาศที่เกี่ยวข้อง และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

  1. พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน บทลาป่วยและค่าจ้างระหว่างลา
  2. พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 — ราชกิจจานุเบกษา
  3. กองนิติการ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน — กฎหมายคุ้มครองแรงงาน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ประกันสังคมกองทุนเงินทดแทนการเจ็บป่วยหรือประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน